สายไฟเบอร์ออฟติก (Fiber Optic Cable) สามารถแบ่งออกได้ตามลักษณะของโครงสร้างและลักษณะการส่งสัญญาณ โดยแต่ละชนิดมีคุณสมบัติ ข้อดี และการใช้งานที่เหมาะสมแตกต่างกัน
แบ่งตามการส่งสัญญาณ: Single-mode Fiber (SMF)
- โครงสร้าง — แกนกลาง (Core) ขนาดเล็กมาก ประมาณ 8–10 ไมโครเมตร หุ้มด้วยคลาดดิ้ง (Cladding) เพื่อสะท้อนแสงกลับเข้าแกน
- การส่งสัญญาณ — ส่งแสงเส้นทางเดียว (Single Path) โดยใช้แสงเลเซอร์เป็นตัวนำ
- การใช้งาน — เครือข่ายโทรคมนาคมระยะไกล เช่น อินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ การเชื่อมต่อศูนย์ข้อมูล (Data Center) และเครือข่าย MAN
- ข้อดี — ส่งข้อมูลได้ไกลหลายสิบถึงหลายร้อยกิโลเมตร ลดการสูญเสียสัญญาณ (Signal Loss) และความล่าช้า (Latency)
แบ่งตามการส่งสัญญาณ: Multi-mode Fiber (MMF)
- โครงสร้าง — แกนกลางใหญ่กว่า Single-mode ประมาณ 50–62.5 ไมโครเมตร
- การส่งสัญญาณ — ส่งแสงหลายเส้นทาง (Multiple Paths) พร้อมกัน โดยใช้แหล่งกำเนิดแสงแบบ LED
- การใช้งาน — เครือข่ายภายในอาคาร (LAN) ศูนย์ข้อมูล และระบบกล้องวงจรปิด (CCTV)
- ข้อดี — แบนด์วิดท์สูง ส่งหลายเส้นทางพร้อมกัน ต้นทุนต่ำกว่า Single-mode
แบ่งตามโครงสร้างภายใน 5 ชนิด
1. Tight-buffered Fiber
- เส้นใยแก้วหุ้มด้วยชั้นป้องกันหนาแน่น (Buffer Coating) ยืดหยุ่นและทนแรงกด
- ใช้ภายในอาคาร ติดตั้งใน LAN หรือ Data Center
- ข้อดี — ติดตั้งง่าย ป้องกันฝุ่นและแรงกระแทกได้ดี น้ำหนักเบา
2. Loose-tube Fiber
- เส้นใยแก้ววางในท่อหลวม ภายในบรรจุเจลป้องกันความชื้นและการสั่นสะเทือน
- ใช้ติดตั้งกลางแจ้ง (Outdoor) บนเสาไฟฟ้าและระบบใต้ดิน
- ข้อดี — ทนความชื้น กันน้ำ รองรับการยืดหดตัวตามอุณหภูมิ
3. Armored Fiber
- หุ้มด้วยเกราะป้องกัน (Armor) จากเหล็กหรืออลูมิเนียม
- ใช้ในพื้นที่เสี่ยงต่อแรงกระแทกหรือการกัดแทะจากสัตว์ เช่น งานใต้ดิน
- ข้อดี — ป้องกันความเสียหายจากแรงกระแทกและการกัดแทะของหนู เหมาะกับพื้นที่จราจรหนัก
4. Aerial Fiber
- ออกแบบให้ติดตั้งบนเสาไฟฟ้าหรือสายสลิง
- ใช้ในระบบของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) และสายที่ลากเข้าสู่บ้าน (FTTH)
- ข้อดี — ติดตั้งง่าย ลดต้นทุนเพราะไม่ต้องขุดดิน
5. Ribbon Fiber
- ประกอบด้วยเส้นไฟเบอร์หลายเส้นเรียงกันเป็นแถบ (Ribbon)
- ใช้ในศูนย์ข้อมูลที่ต้องเชื่อมโยงอุปกรณ์หนาแน่นสูง
- ข้อดี — ส่งข้อมูลจำนวนมากในพื้นที่จำกัด ประหยัดพื้นที่ติดตั้ง
